ชื่อเสียงของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงที่ย่อยยับด้วยมือของสื่อ

0 Comment

สำหรับกระแสข่าวครื้นครึกเกี่ยวกับความสัมพัณธ์ของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงของกรุ๊ปญี่ปุ่น ที่ถูกเล่นข้อมูลเรื่องสัมพัณธ์สวาท


กว่าผลการสอบสวนจะออกมาแก้เสียงครหาทั้งสอง หากแม้เกียรติของทั้งคู่ก็แปลงเป็นเหยื่อของสื่อแล้วก็สังคมกลับไปกลับมากมายเกินเลยซะแล้ว ซ้ำยังเป็นชื่นชอบบรรดาเพจคลิกเบทต่างๆพากันถูกแชร์ถูกเพิ่มอีกเนื้อหาให้ยิ่งฉาวกันมหาศาล
จริงๆแล้วอาจจะมองได้ว่า การที่นักกีฬาที่ดีมีวินัยไม่ควรจะเกี่ยวโยงกับปัญหารักๆใคร่ๆด้านในแคมป์นักกีฬานั้น ถือว่าเป็นตัวอย่างกฎระเบียบที่สร้างความเรียบร้อยเป็นระเบียบเรียบร้อยและเพื่อนักกีฬาจดจ่ออยู่กับการประลองและก็เตรียมการอย่างมีความพร้อมเพรียงกัน
หากว่าในวงการกีฬานั้นอาจมีเกิดขึ้นบ้างสำหรับปัญหาทำนองนี้รวมทั้งแม้มันจะเป็นความผิด แต่ก็เป็นก็แค่การผิดกฎข้อปฏิบัติภายในแต่เพียงเท่านั้น
แต่คาดไม่ถึงว่าเดี๋ยวนี้บรรดาวงการสื่อทั้งหลายได้ถือเอาหลักสำคัญลักษณะนี้ มาเขียนพาดหัวเรื่อง กันอย่างคุ้มดีคุ้มร้ายส์โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมรวมทั้งการกระทบรังควานตัวบุคคลนักกีฬา
และสำหรับกรณีของนักกีฬาชายหญิงแบดมินตันของญี่ปุ่นที่ถูกป้ายความผิดว่ามีสโมสรรักๆใคร่ๆกันด้านในแคมป์เก็บตัวนักกีฬา สื่อหลายที่ก็ถึงกับพากันรีบเล่นดนตรีพาดหัวเรื่องกันด้วยถ้อยคำที่แทะโลมขุดคิด เลือกเฟ้นคำจะให้มองดูตื่นเต้นมองดูเกิดเหตุฉาวกันอย่างเกินเลย แล้วก็เกินข้อเท็จจริงถึงแม้ว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงรุนแรง
อีกทั้งเกิดเหตุที่จำเป็นต้องรอผลการสืบสาวอีกด้วย ซึ่งผลสอบสวนปัจจุบันนี้ปรากฏว่า หากแม้ทั้งคู่จะถูกจับได้ว่าอยู่ร่วมกันในหอเดียวกันจากแค่เพียงอาศัยการสังเกตุกล้องวงจรปิดย้อนไป ซึ่งปรากฏแค่เพียงภาพของนักกีฬาหญิงเดินออกมาจากห้องของนักกีฬาชายแต่เพียงเท่านั้น
ซึ่งผลสอบสวนในครั้งหน้าได้ข้อน่าไว้วางใจว่า นักกีฬาหญิงฟุกุชิมะแม้ว่าจะได้เดินออกมาจากห้องพักของนักกีฬาชายโมโมตะจริง แต่ก็ตามกำหนดในตอน 6 นาฬิการุ่งเช้าและก็เป็นการเข้าไปคุยบางอย่างไปเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะสรุปเจาะจงได้ว่าความ สัมพัณธ์ใดๆก็ตามนั้นจะอยู่ในวิถีทางที่เกินเลย อย่างที่สื่อหลายที่พากันเขียนโปรโมทก็หาไม่
สำหรับเรื่องในครั้งนี้อาจเพิ่มแรงสะท้อนให้มีความเห็นว่าสื่อในตอนนี้มีปัญหากันอยู่ขนาดไหน เพิ่มกับปัญหาอื่นๆที่มีสะสมอยู่แล้วในภาพลบต่อหลายเรื่องของเหตการณ์สารพัดสารพันต้นแบบก่อนหน้านี้
อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีเสียงสะท้อนกลับให้บรรดาสื่อทั้งหลายมีการทำที่มีศีลธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ มีการเขียนข่าวหรือพาดหัวข่าวที่รำลึกถึงผลพวงที่จะรังควานชีวิตคนผู้อื่นอย่างเข้มงวดขึ้นเพราะว่าเท่าที่ยังมีพฤติกรรมราวกับนี้ ก็หน้าเป็นห่วงเป็นอย่างมากว่า จะมีคนอีกมากแค่ไหนจึงควรรู้สึกเช่นเดียวกันกับตกตายทั้งเป็นแล้วก็อีกทั้งพัฒนาการในด้านอื่นๆของประเทศอีกกี่เรื่องที่จะจำเป็นจะต้องถูกถ่วงรั้ง หม่นหมองเนื่องด้วยความประพฤติปฏิบัติของสื่อประเภทที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมเหล่านี้อยู่ร่วมท่ามกลางชีวิตประจำวันของคนธรรมดา

 

 

 

อ่านต่อได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *